วันที่ 28 ก.ย.66 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ฝนฟ้าอากาศในพื้นที่ 5 อำเภอ แนวชายแดนของ จ.ตาก ซึ่งมีพื้นที่ติดแนวชายแดนไทย-เมียนมา โดยตลอด 2 วันที่ผ่านมาในพื้นที่ชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก ได้เกิดพายุฝนตกลงมาอย่างหนักและมีฝนฟ้าคะนองหลายช่วงเวลา ทำให้ท้องฟ้าทั่วชายแดน อ.แม่สอด มืดครึ้มตลอดทั้งวันจากฝนตกหนัก
ล่าสุดช่วงบ่ายที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกหนักนานนับชั่วโมง เหนือยอดเขาหมู่บ้านชาวไทยภูเขา บ้านเจดีย์โค๊ะ หมู่ 6 ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก ส่งผลให้เกิดน้ำป่าผสมกับดินภูเขาสีแดงขุ่น โดยทั้งน้ำป่าและดินแดงภูเขาที่ผสมกันได้ไหลบ่าลงจากยอดภูเขาสูงชันไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนหลายหลังคาเรือน สร้างความตกใจให้ชาวไทยภูเขาต่างต้องรีบขนย้ายทรัพย์สินของมีค่าหนีน้ำป่าที่ไหลอย่างรุนแรง
ขณะเดียวกันมวลน้ำป่ายังไหลเข้าท่วมภายใน ร.ร.ศูนย์คริสตจักรพระคุณแห่งเจดีย์โค๊ะ ซึ่งเป็นโรงเรียนขยายโอกาสของเด็กยากจนในพื้นที่ชาวไทยภูเขา ซึ่งวินาทีที่น้ำป่าและดินภูเขาไหลบ่าทะลักลำห้วยติดกับโรงเรียนและไหลทะลักพุ่งเข้ามาภายในโรงเรียนแห่งนี้ โดยขณะนั้นครูและนักเรียนจำนวน 179 คน กำลังเรียนตามปกติอยู่ภายในห้องเรียน ส่งผลทำให้ครูต้องรีบอพยพนักเรียนทั้งหมดของโรงเรียนหนีน้ำป่าไปหลบภัยบนพื้นที่ปลอดภัยของโรงเรียน
ซึ่งน้ำป่าที่ไหลแรงได้พัดพาห้องน้ำของโรงเรียนพังทลาย สร้างความหวาดกลัวให้ครูและเด็กนักเรียน เวลาผ่านไปนานกว่า 40 นาทีฝนได้เบาลงและทำให้น้ำป่าลดความรุนแรงลง พบว่ามีบ้านเรือนของชาวบ้านได้รับความเสียหาย 4 หลัง ส่วนโรงเรียนพบว่าห้องน้ำและห้องครัวพังเสียหาย นอกจากนี้อุปกรณ์การเรียนการสอน ตลอดจนเสื้อผ้าที่ขนย้ายหนีน้ำป่าไม่ทันต่างก็ได้รับความเสียหายจำนวนมาก สร้างความเศร้าเสียใจของแก่นักเรียน แต่โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
จากการสอบถาม นายปีเตอร์ อายุ 26 ปี ครูผู้ดูแลโรงเรียนดังกล่าว เล่านาทีระทึกว่า ก่อนเกิดเหตุได้เกิดฝนตกหนักมากและตกไปทั่วพื้นที่ยอดเขาเหนือหมู่บ้านนานกว่า 1 ชั่วโมง ซึ่งคณะครูอยู่ระหว่างสอนหนังสือเด็กนักเรียน แต่ครูทุกห้องเรียนต่างก็มีการเฝ้าระวังและเดินออกมาตรวจดูระดับน้ำในลำห้วยใกล้โรงเรียนเป็นระยะ แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดแบบฉับพลัน เนื่องจากได้มีน้ำป่าจำนวนมากไหลล้นลำห้วยหลังโรงเรียนไหลบ่าทะลักเข้าท่วมทุกห้องเรียนพร้อมกันโดยขณะนั้นห้องน้ำซึ่งสร้างใกล้แนวลำห้วยถูกน้ำป่าพัดไหลไปกับกระแสน้ำป่าจนเด็กนักเรียนต่างหวีดร้องด้วยความตกใจ จนครูต้องตะโกนให้นำเรียนหนีไปบนที่สูงเพื่อความปลอดภัยท่ามกลางสายฝน ล่าสุดหลังเหตุการณ์สงบลงคณะครูและเด็กนักเรียนได้เข้าตรวจสอบจำนวนนักเรียนพบว่าเด็กนักเรียนทุกคนอยู่ครบ ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
จากนั้นครูและนักเรียนก็ช่วยกันทำความสะอาดโรงเรียน เบื้องต้นตลอดทั้งคืนจนถึงเช้าวันพรุ่งนี้ ชาวบ้านในหมู่บ้านต้องจัดเวรยามเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หลังพบว่าทั่วพื้นที่ชายแดน อ.แม่สอด ยังคงมีฝนตกหนักจนหลายพื้นที่ ต้องเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง






